วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ระบบปฏิบัติการวินโดว์ บิลเกตต์ การบริจาคเงินเพื่อทำบุญของกำลังพลและครอบครัว


................วันนี้ได้อ่านข่าวว่าบิล เกตต์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในโลกติดต่อกันมา 3 - 4 ปี และยังเป็น ต่อไปเรื่อย ๆ และยังเป็นเจ้าของตัวจริงของบริษัทไมโครซอฟท์ผู้สร้างระบบปฏิบัติการวินโดว์ที่เราใช้อยู่ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ ทะลุทะลวงแพร่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้าได้รวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งที่เคยทำแบบนี้มาแล้วในอดีตนะครับไม่วาจะเป็นศาสนา หรือ ระบบการปกครองใด ๆ ซึ่งที่ผ่านมาสิ่งอื่น ๆ นั้นกว่าจะทำให้คนเข้ามาใช้หรือเชื่อถือนั้นต้องใช้เวลาที่นานและใช้คนจำนวนมากแต่ระบบปฏิบัติการวินโดว์นี้ใช้เวลาแค่ 10 กว่าปีเท่านั้นก็สามารถครองโลกได้สำเร็จและที่เจ็บไปกว่านั้นก็คือคนเชื่อถือและนำไปใช้นั้นต้องเป็นผู้จ่ายเงินให้เขาอีกด้วย ซึ่งตาบิล เกตต์ นี้มีบางคนได้จัดให้อยู่ใน 1 ใน 10 รายชื่อผู้ที่ทำให้โลกหันตามเลยนะครับ ซึ่งคนอื่น ๆ ก็ ได้แก่ พระเยซู ฮิตเลอร์ ฯลฯ และที่ผ่านมาคงจะทำให้ทางการสหรัฐไม่รู้จะทำยังไงกับบิล เกตต์ดีนะครับ เพราะส่วนหนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าระบบปฏิบัติการวินโดว์ที่เขาพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ นั้นจะ สั่นคลอนความมั่นคงของประเทศหรือโลกหรือไม่ โดยสิ่งที่เป็นไปได้คือเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเชื่อมต่อกันได้สมบูรณ์แบบ ยิ่งกว่าระบบอินเตอร์เนทแล้ว ถ้าบิล เกตต์เขาฝังสิ่งที่เราคิดไม่ถึง คาดไม่ได้ไว้ในระบบปฏิบัติการวินโดว์รุ่น ต่อๆไปที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเรื่อยนั้นอะไรจะเกิดขึ้นก็ยากที่จะคาดเดาได้ (โปรแกรมที่ใช้ยิงกระสวยอวกาศในครั้งแรกๆนั้นมี Code ประมาณ 200,000 บรรรทัด แต่โปรแกรมวินโดว์ 2000 ที่จะออกมาขายในปีนี้นั้นมี Code ประมาณ 50-60,000,000 บรรทัด) ซึ่งอาจจะเหมือนภาพยนต์ไซ-ไฟ เรื่อง Terminator (ชื่อไทยคนเหล็ก2029 สร้างเมื่อปี2527 เป็นเรื่องที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Skynet ที่สามารถครองโลกได้ในปี ค.ศ.2029 ส่งหุ่นยนต์ครึ่งคน Cyborg ย้อนเวลากลับมาสังหารมารดาของ ผู้นำในการโค่นอำนาจของ Skynet ) ก็ได้ ที่คอมพิวเตอร์สามารถควบคุมโลกได้หลังจากที่สามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาคิดต่อเองได้ ............... แต่ในทางตรงข้ามที่ทางการสหรัฐลังเลก็คือสิ่งที่ บิล เกตต์ทำนั้นก็คือสิ่งเดียวกับที่ทางสหรัฐพยายามทำมาเป็นร้อย ๆ ปีในการที่จะเป็นผู้นำของโลกซึ่งก็ได้ทุ่มเทไม่ว่าจะเป็นชีวิตคนสหรัฐเองหรือ ทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการเผยแพร่วัฒนธรรมความนึกคิดของอเมริกันให้เข้าไปทุกบ้านของประเทศอื่น ๆ ในโลก ซึ่งสิ่งนี้บิล เกตต์ทำให้ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ต่อทุกประเทศรวมทั้งประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ และที่สำคัญคือดันนำเงินกลับมาเข้าประเทศแบบที่ประเทศอื่น ๆ ไม่รู้สึกอีกด้วย ซึ่งถ้าเป็นการปกครองแล้วถือว่าสุดยอดจริง ๆ ...............สำหรับข่าวของบิล เกตต์ วันนี้ก็คือเขาได้บริจาคเงินอีก 190,000,000,000 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นล้าน) เพิ่มให้แก่กองทุนเพื่อสาธารณะ วิลเลี่ยม เกตต์ ซึ่งเป็นชื่อพ่อและชื่อของเขาเองจากที่บริจาคมาแล้วกว่าสี่แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ เงินกองทุนขึ้นไปถึง กว่า 600,000,000,000 บาท(หกแสนล้านบาท, ยังไม่แน่ใจว่าเป็นกองทุนที่มากที่สุดในโลกแล้วหรือยัง) ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้วก็รู้สึกชื่นชมบิล เกตต์มากขึ้นไปอีก (แกมอจฉานิด ๆ) เพราะจากที่ทราบมานั้นแม้ว่าเขาจะมีเงินแบบที่เหลือเชื่อแต่เขาก็ยังทำงานและทำตัวเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ขับรถเองในบางครั้ง ใส่ขาสั้นมากินอาหารไทย ใกล้บ้านของเขาเป็นประจำ (ตอนนี้อาจจะไม่ได้กินผัดไทยที่ชอบแล้วก็ได้เพราะย้ายเข้าบ้านใหม่ที่อาจจะอยู่ไกลแล้วก็ได้)
.............. ความคิดอีกอย่างหนึ่งก็คือย้อนกลับมามองคนในหน่วยงาน ซึ่งหน่วยงานของผมเองนั้นกำลังพลและครอบครัวส่วนใหญ่จะมีรายได้ค่อนข้างดีเพราะ สามารถจับอาชีพค้าขายต้นไม้มาได้กว่า 10 ปีแล้วจนเป็นที่ติดปากของคนซื้อทั่ว ๆ ไป ทำให้มีเงินเหลือที่จะทำบุญอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นทอดกฐินของหน่วยหรือทอดผ้าป่าจากนอกหน่วย ซึ่งแต่ละครั้งนั้น ครอบครัวกำลังพลจะบริจาคเงินทำบุญนี้เกือบ 200,000 บาทแทบทุกครั้งที่หน่วยจัดทำบุญ และทำบุญให้แก่นอกหน่วย มากกว่าหลักหมื่นบาททุกครั้งเหมือนกัน โดยวัดยิ่งไกล ยิ่งไปลำบากก็ยิ่งได้รับเงินทำบุญมาก ซึ่งผมมาอยู่ที่ปีแรก ๆ ก็พยายามชี้ให้กำลังพลและครอบครัวเห็นว่ามีสิ่งที่ใกล้ตัวเองแต่เรามองข้ามไปก็คือ กำลังพลที่เป็นพลทหารในหน่วย ที่เขาทำให้เรามีงานทำทั้งงานหลักและงานรองอยู่ทุกวันนี้ เขาดูแลความปลอดภัยด้วยการเข้าเวรเข้ายามให้ หลาย ๆ ครั้งที่ขอแรงเขามาช่วยสร้างสนามเด็กเล่น ปรับปรุงพื้นที่บ้านพัก ขนย้ายบ้านรวมไปถึงตัดหญ้าทำความสะอาด แต่ที่ผ่านมานั้นเราแทบจะไม่เคยเลี้ยงอาหารเขาสักมื้อเลย เขาทำให้เสร็จแล้วก็แล้วกันไป แต่ในทางตรงข้ามเรากับนำเงินทองที่เราหามาได้จากพื้นฐานทุน ที่ส่วนหนึ่งนั้นพลทหารทำให้แก่เรานำไปให้บริจาคให้แก่คนที่ไกลตัวมาก ๆ และจำนวนไม่ใช่น้อย ๆ ในแต่ละปี ................. ผมเองไม่ได้ห้ามหรือไม่บังอาจจะห้ามการทำบุญ เพราะเรื่องพวกนี้เกิดจากจิตศรัทธาของแต่ละบุคคล และเป็นการบำรุงพุทธศาสนาของเรา แต่ผมเชิญชวนให้เขาเหล่านั้นได้แบ่งเงินส่วนหนึ่งที่บริจาคแต่ละปี เอาแค่ 10 % ก็พอแล้วซึ่งจะได้เงินกว่า 20,000 บาทในแต่ละปีมาทำอาหารเลี้ยงทั้งกำลังพลทั้งพลทหาร และนายสิบด้วย ซึ่งเอาแบบออกร้านดีที่สุด ที่ผ่านมานั้นในช่วงเข้าพรรษาก็ทำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยการจัดงาน พัฒนาหน่วย โดยกำลังพลทั้งนายทหารนายสิบจะทำการัฒนาบ้านพักและสภาพแวดล้อม โดยมีพลทหารมาช่วยกันทำด้วย แล้วก็ให้ทางกำลังจัดอาหารมาเลี้ยงเป็นการตอบแทนและเพิ่มเติมด้วยการบริจาคของเหลือใช้ให้แก่พลทหารอีกด้วย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นไปอย่างดีเหนือความคาดหมาย ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สามารถทำตรงนี้ได้ด้วยนะครับ อ้ออีกอย่างที่อยากเชิญชวนก็คือในโอกาสพิเศษไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันที่ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นแล้วมีคนเอาของ ขวัญ กระเช้าผลไม้หรือกระเช้าดอกไม้มาอวยพร จนท่านไม่สามารถจะใช้ได้ท่านก่อนที่มันจะเสียไปนั้น ผมเองเห็นแล้วก็เสียดายนะครับก็ขอถือโอกาสนี้ขอให้ท่านบริจาคให้แก่กองร้อยของพลทหารด้วยฝากผ่านกำลังพลที่มาร่วมงานนั่นแหละครับ ผมว่าจะได้ประโยชน์มากกว่าที่ท่านจะนำไปทำอย่างอื่นนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น