
วันนี้ผมอ่านเจอข่าวชิ้นหนึ่ง ซึ่งคิดว่าใครหลายคนต้องอึ้งกับความคิดแปลกแหวกแนวของชายคนนี้แน่ๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ เขาคือ Sergey Brin คู่หูของ Larry Page สองผู้่ก่อตั้งอาณาจักร Google นั่นเอง
เรื่องของเรื่องคือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Sergey Brin ออกมาเปิดเผยถึงสุขภาพของตัวเองว่า หมอได้ตรวจพบความผิดปกติของยีนที่มีชื่อว่า LRRK2 ซึ่งทำให้เขามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพาร์คินสันได้
และทันทีที่มีข่าวเช่นนี้ออกมา หลายคนก็สงสัยว่า Sergey จะเปิดเผยเรื่องนี้ทำไม ในเมื่อเขายังไม่ได้เป็นโรคนี้ด้วยซ้ำ ในอนาคตอาจจะไม่เป็นก็ได้ และถึงแม้ว่าจะเป็นจริง มันก็คงกินเวลาอีกหลายปีกว่าที่จะแสดงอาการใดๆ ออกมา ตอนนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องออกมาเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้น ลูกค้า หรือคนทั่วไปรับรู้ เพราะอาจจะสร้างความกังวลและส่งผลต่อราคาหุ้นได้
แน่นอนว่า Sergey ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ถึงเหตุผลที่ออกมาให้ข่าวในครั้งนี้ แต่คนใกล้ชิดของเขาที่ชื่อ Allen Salkin บอกว่าเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เขามีโอกาสได้พูดคุยกับ Sergey ในงานเปิดตัว “23andMe” บริษัทตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งก่อตั้งโดยภรรยาของ Sergey นั่นเอง
Sergey บอก Allen ว่า ถ้ารหัสดีเอ็นเอของคนเราถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน เช่นเดียวกับการเปิดเผย source code ของโปรแกรม open source ก็คงจะดีไม่น้อย
“ถ้ามีการเปิดเผยข้อมูลของผมต่อสาธารณะ หมอหรือใครก็ตามที่สนใจ ก็จะสามารถเข้าไปดูข้อมูลและให้คำแนะนำได้อย่างเต็มที่ว่าผมควรปฏิบัติตัวอย่างไร รวมถึงเสนอวิธีการรักษาต่างๆ ให้ผมได้อีกด้วย ถ้าเกิดว่าผมมีโอกาสเป็นโรคในอนาคต” Allen อ้างถึงคำพูดของ Sergey
window.google_render_ad();
นอกจากนี้ Sergey บอกว่า อีกไม่นาน เขาจะเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับดีเอ็นเอของตัวเองอีกด้วย โดยให้เหตุผลว่าถ้าเขาบอกให้คนทั่วไปรู้ คนก็จะเข้ามาดูและศึกษาได้ ขณะที่เขาก็เรียนรู้ได้เร็วขึ้นด้วย ดีกว่าเก็บข้อมูลเอาไว้กับตัวเอง
เรื่องนี้นับเป็นความคิดที่ประหลาดสุดๆ สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการแพทย์ ที่ถือว่าข้อมูลส่วนตัวของคนไข้นั้นเป็นความลับสุดยอด จะเปิดเผยมิได้เลยทีเดียว แต่ Sergey กลับเต็มใจที่จะเปิดเผยให้ชาวโลกได้รับรู้ โดยยึดหลักการเปิดเผยข้อมูลของ open source ซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาโปรแกรมให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างชัดๆ ก็ได้แก่ Firefox ที่ได้รับการพัฒนาจนล้ำหน้า Internet Explorer ไปแล้ว ยังไม่นับอีกหลายเว็บไซต์ที่มีโมเดลคล้ายๆ กัน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาเนื้อหา อย่าง Wikipedia ที่ตอนนี้กลายเป็นสารานุกรมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว เพราะีมีคนเข้าไปช่วยกันเขียน ปรับแก้ และเพิ่มเติมกันอย่างล้นหลาม
แต่บางคนกลับบอกว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวแบบนี้ ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัท รวมทั้งอาจทำให้ต้นทุนของสินค้าและบริการสูงขึ้นได้ เนื่องจากบริษัทประกันก็จะเก็บเบี้ยประกันแพงขึ้น เพราะรู้ว่าอนาคตอาจจะต้องจ่า่ยค่าชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันแน่ๆ
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับตัวผมเองคิดว่า Sergey มีความคิดที่สุดยอดจริงๆ เพราะถ้าว่ากันถึงที่สุดแล้ว ความลับย่อมไม่มีในโลก การปิดบังข้ัอมูลรังแต่จะทำให้โอกาสในการได้รับแนวคิดดีๆ เหือดหายไป สู้เปิดเผยให้ทุกคนได้รู้เพื่อช่วยกันคิดและแก้ไขจะดีกว่า ถ้าเป็นผม ผมก็จะทำแบบเดียวกับ Sergey
อย่างนี้ ต้องเรียกว่า Sergey Brin มีดีเอ็นเอ open source ขึ้นสมองเลยทีเดียว
เรื่องของเรื่องคือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Sergey Brin ออกมาเปิดเผยถึงสุขภาพของตัวเองว่า หมอได้ตรวจพบความผิดปกติของยีนที่มีชื่อว่า LRRK2 ซึ่งทำให้เขามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพาร์คินสันได้
และทันทีที่มีข่าวเช่นนี้ออกมา หลายคนก็สงสัยว่า Sergey จะเปิดเผยเรื่องนี้ทำไม ในเมื่อเขายังไม่ได้เป็นโรคนี้ด้วยซ้ำ ในอนาคตอาจจะไม่เป็นก็ได้ และถึงแม้ว่าจะเป็นจริง มันก็คงกินเวลาอีกหลายปีกว่าที่จะแสดงอาการใดๆ ออกมา ตอนนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องออกมาเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้น ลูกค้า หรือคนทั่วไปรับรู้ เพราะอาจจะสร้างความกังวลและส่งผลต่อราคาหุ้นได้
แน่นอนว่า Sergey ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ถึงเหตุผลที่ออกมาให้ข่าวในครั้งนี้ แต่คนใกล้ชิดของเขาที่ชื่อ Allen Salkin บอกว่าเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เขามีโอกาสได้พูดคุยกับ Sergey ในงานเปิดตัว “23andMe” บริษัทตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งก่อตั้งโดยภรรยาของ Sergey นั่นเอง
Sergey บอก Allen ว่า ถ้ารหัสดีเอ็นเอของคนเราถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน เช่นเดียวกับการเปิดเผย source code ของโปรแกรม open source ก็คงจะดีไม่น้อย
“ถ้ามีการเปิดเผยข้อมูลของผมต่อสาธารณะ หมอหรือใครก็ตามที่สนใจ ก็จะสามารถเข้าไปดูข้อมูลและให้คำแนะนำได้อย่างเต็มที่ว่าผมควรปฏิบัติตัวอย่างไร รวมถึงเสนอวิธีการรักษาต่างๆ ให้ผมได้อีกด้วย ถ้าเกิดว่าผมมีโอกาสเป็นโรคในอนาคต” Allen อ้างถึงคำพูดของ Sergey
window.google_render_ad();
นอกจากนี้ Sergey บอกว่า อีกไม่นาน เขาจะเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับดีเอ็นเอของตัวเองอีกด้วย โดยให้เหตุผลว่าถ้าเขาบอกให้คนทั่วไปรู้ คนก็จะเข้ามาดูและศึกษาได้ ขณะที่เขาก็เรียนรู้ได้เร็วขึ้นด้วย ดีกว่าเก็บข้อมูลเอาไว้กับตัวเอง
เรื่องนี้นับเป็นความคิดที่ประหลาดสุดๆ สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการแพทย์ ที่ถือว่าข้อมูลส่วนตัวของคนไข้นั้นเป็นความลับสุดยอด จะเปิดเผยมิได้เลยทีเดียว แต่ Sergey กลับเต็มใจที่จะเปิดเผยให้ชาวโลกได้รับรู้ โดยยึดหลักการเปิดเผยข้อมูลของ open source ซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาโปรแกรมให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างชัดๆ ก็ได้แก่ Firefox ที่ได้รับการพัฒนาจนล้ำหน้า Internet Explorer ไปแล้ว ยังไม่นับอีกหลายเว็บไซต์ที่มีโมเดลคล้ายๆ กัน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาเนื้อหา อย่าง Wikipedia ที่ตอนนี้กลายเป็นสารานุกรมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว เพราะีมีคนเข้าไปช่วยกันเขียน ปรับแก้ และเพิ่มเติมกันอย่างล้นหลาม
แต่บางคนกลับบอกว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวแบบนี้ ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัท รวมทั้งอาจทำให้ต้นทุนของสินค้าและบริการสูงขึ้นได้ เนื่องจากบริษัทประกันก็จะเก็บเบี้ยประกันแพงขึ้น เพราะรู้ว่าอนาคตอาจจะต้องจ่า่ยค่าชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันแน่ๆ
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับตัวผมเองคิดว่า Sergey มีความคิดที่สุดยอดจริงๆ เพราะถ้าว่ากันถึงที่สุดแล้ว ความลับย่อมไม่มีในโลก การปิดบังข้ัอมูลรังแต่จะทำให้โอกาสในการได้รับแนวคิดดีๆ เหือดหายไป สู้เปิดเผยให้ทุกคนได้รู้เพื่อช่วยกันคิดและแก้ไขจะดีกว่า ถ้าเป็นผม ผมก็จะทำแบบเดียวกับ Sergey
อย่างนี้ ต้องเรียกว่า Sergey Brin มีดีเอ็นเอ open source ขึ้นสมองเลยทีเดียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น